Skip to content
Post Views: 564


“กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบสื่อมวลชน” เสียงนกเสียงกา หรือพลังเสียงของพี่น้องประชาชน
ในฐานะที่ผู้เขียนมีอาชีพนักข่าวในพื้นที่จังหวัดแพร่มานาน สิ่งที่สูญหายไปในขณะนี้คือเรื่องของการถ่วงดุลของการเมืองการปกครอง กับภาคสื่อมวลชน เนื่องจากการพัฒนาบ้านเมืองให้ไปข้างหน้านั้นจะต้องมีหลายฝ่ายที่จะต้องเข้ามาร่วมกันพัฒนาเพื่อให้บ้านเมืองได้มีความก้าวหน้าสถาพรและมีความมั่นคง รวมถึงเป็นการเสริมสร้างให้ประเทศชาติมีความเข้มแข็งมีบทบาทเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ของสังคมโลกใบนี้
สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การทำงานของหน่วยงานต่างๆ หากจะคิดว่ารวมไปถึงราชการด้วยก็ได้หรือไม่รวมถึงก็ได้แล้วแต่ว่ามันใช่หรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญคือจะเป็นการถ่วงดุลกันระหว่าง ภาคราชการ ภาคการเมือง และภาคประชาชน ภาคประชาชนองค์กรที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือ สื่อมวลชน โดยเฉพาะนักข่าว แต่นับวันบทบาทดังกล่าวเหมือนจะถูกลิดรอนหรือคล้ายถูกกีดกันจนไม่สามารถที่จะแสดงบทบาทภาระหน้าที่ที่สังคมได้กำหนดไว้ให้ได้มากนัก หรือไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ โดยเฉพาะการเป็นปากเสียงของพี่น้องชาวแพร่
การเป็นปากเสียงนำเรื่องราวของคนที่ทุกข์ยากที่สุดในพื้นปฐพีแห่งนี้ นำไปสู่ ผู้ที่อยู่บริหารสูงสุดของจังหวัดแพร่ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ สิ่งที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ ไม่ใช่เรื่องของการตำหนิติเตียน แต่เป็นการมาเสนอในสิ่งที่ขาดหายไปในเรื่องของการถ่วงดุลการบริหารจัดการในพื้นที่จังหวัดแพร่
สิ่งที่ขาดหายไป คือบทบาทของนักข่าวหรือสื่อมวลชน ที่เคยมีการใกล้ชิดกับผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ มาหลายยุคหลายสมัย ในที่นี่คำว่าใกล้ชิดหมายถึงการใกล้ชิดในเรื่องของการทำงาน สิ่งที่บ่งบอกว่าสิ่งที่เหล่านี้ได้หายไปก็คือ การงดจัด “กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบสื่อมวลชน” ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ทางฝ่ายผู้ปกครองมีหลักในเรื่องของการรับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างไร แต่หากมองว่าเสียงพร่ำบ่นของประชาชนคือเสียงนกเสียงกาเท่านั้น แต่ความเป็นจริงเสียงของพี่น้องประชาชน คือเสียงของผู้เป็นเจ้าของที่อยู่ที่นี่และตายที่นี่
ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนในแต่ละเรื่องคงจะแบกปัญหาความเดือดร้อนจากไพรพนามายังหอคอยงาช้างจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก หากจะดำเนินการก็จะถูกสกัดตั้งแต่ออกจากปากประตูบ้านแล้วเรื่องราวความเดือดร้อนของชาวบ้านนั้นก็จะถูกซุกไว้ใต้พรม เหมือนไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นมักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ดังนั้นที่ผ่านมา “กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบสื่อมวลชน”จึงเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญและแสดงถึงความเป็นประชาธิปไตยของบ้านเมืองนี้ หากทำงานแบบเอาหวีไปให้คนหัวล้าน คงจะไม่เกิดประโยชน์อันใดและไม่ตรงเป้าหมายกับความต้องการของพี่น้องประชาชน และสิ้นเปลืองงบประมาณไปโดยใช่เหตุ
การงดจัด “กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบสื่อมวลชน” หากมองอีกมุมก็เหมือนเพื่อจะลดทอนบทบาทของสื่อมวลชนที่มีความแข็งกร้าวทางด้านการปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพื่อไปสนับสนุนสร้างสื่อประเภทที่เอ่อออกับฝ่ายที่ปกครองบ้านเมืองไปก็อาจจะคิดหรือไม่คิดไปอย่างนี้ก็ได้ นั่นก็อาจจะหมายถึงการเป็นบ้านเมืองที่มีอิทธิพล กลายเป็นสังคมที่มีรัฐซ้อนรัฐเกิดขึ้นได้ในอนาคตแต่บางทีอาจจะเกิดขึ้นแล้วก็ได้ จึงเป็นเรื่องน่าคิด
จึงฝากพ่อเมือง ให้ปัดฝุ่น การจัด “กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบสื่อมวลชน” ขึ้นมา อีกครั้ง เพื่อพ่อเมืองจะได้รับทราบถึงปัญหาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนจากปากนักข่าวเอง และเพื่อการเป็นการถ่วงดุลกันระหว่าง ราชการ การเมือง และประชาชน จึงหวังว่า เสียงของประชาชน จะไม่เป็นเสียงนกเสียงกา แต่พลังเสียงของพี่น้องประชาชนจะเป็นพลังหนุนการทำงานของพ่อเมืองที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย จึงฝากเรื่องของ“กิจกรรมผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่พบสื่อมวลชน” ไว้ ณ ที่นี้กันด้วย
เขียนโดย สุภัทร แสงดอก
